ก่อนอื่นก็ต้องท้าวความต่อจากเอนทรี่ก่อนหน้านี้ที่ผมติดสัมภาษณ์
หลังจากวันนั้นผมก็ไปสัมภาษณ์ ตอนสัมภาษณ์อาจารย์คนสัมภาษณ์ก็ใจดี
ถามอะไรที่ไม่ยากมากผมก็พอตอบได้ จนมาถึงการถามภาษาอังกฤษนี่สิ
ตัวผมคาดไม่ถึงว่าจะโดนถามภาษาอังกฤษ แต่ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีตอบได้บ้าง
ไม่ได้บ้าง ส่วนใหญ่คำถามไหนที่ตอบไม่ได้ก็จะยิ้ม ยิ้มและก็ยิ้มเข้าไว้ ๕๕๕ ๕

หลังจากวันสัมภาษณ์ผ่านไปวันนึง ก็ประกาศผลสัมภาษณ์ ผมก็ติดสัมภาษณ์
แล้วก็ไปรายงานตัวตามวันเวลาทีเค้านัดหมาย
----------------------------------------------------------- ----- ---- -- -

วันที่ 28 พ.ค. 2551
จนถึงวันปฐมนิเทศผมก็ได้เจอกับเพื่อนๆ ทั้งภาคปกติ และภาคพิเศษ
ต้องขอออกตัวก่อนว่าตัวผมมาเรียนที่นี่กับเพื่อนในห้องรวมผมแล้วมีกันอยู่ 2 คน
ปัญหาคือว่าผมกับเพื่อนนี่สิ อยู่คนละคณะเรียนกันคนละเอก และที่สำคัญเรียนกันคนละภาคด้วย
โอกาสที่จะได้เจอกันในเวลาเรียนคงจะยากน่าดู (พูดไปแล้ว เศร้า TT^TT)

วันมาปฐมนิเทศเพื่อนๆ ส่วนใหญ่ในคณะก็จะมีเพื่อนติดมาด้วยมากันแบบบัดดี้ บางคนมากันเป็นกลุ่ม
ตัวผมมาคนเดียวก็เลยไม่ค่อยจะกล้าทักเพื่อนๆ ๕๕๕ ๕ (ซึ่งปกติอยู่มัธยม ก็ไม่เคยอายอะไรอยู่แล้ว)
แต่ทำไมเรียนมหาลัยฯ ถึงไม่ค่อยจะกล้าเลยเรา คงเป็นเพราะพึ่งรู้จักเพื่อนๆ ด้วยหล่ะมั้ง (หรือเปล่า?)

วันปฐมนิเทศวันนี้เป็นวันปฐมนิเทศรวมคณะ ซึ่งคณะผมอยู่ภาคบ่าย
วันนี้ไม่ค่อยได้ทำอะไรมากมาย พี่ๆ ที่คณะก็พาเข้าหอประชุมตอน 13.00 น.
จนฟังบรรยายต่างๆ เสร็จก็ล่วงเลยมาถึง 16.30 น. (นั่งจนเมื่อยตูดกันเลยทีเดียว)

วันที่ 29 พ.ค. 2551
วันนี้พี่ๆ ที่คณะนัดเจอกันตอน 4 โมงเย็น วันนี้พี่ๆ ก็ให้แค่ทำความรู้จักเพื่อนๆ โดยการ
ล่าลายเซ็น พร้อมเบอร์โทรศัพท์เพื่อนๆ ทุกคนในคณะ รวมถึง พี่ๆ อีก 3 ชั้นปีด้วย O_O
ตัวผมชื่อเพื่อนๆ ตอนนี้ได้ 70 กว่าคนเองครับ ส่วนเบอร์พวกรุ่นพี่ยังไม่ได้สักคนเลย (พี่ๆ ยังไม่ได้ให้ส่งหนะครับ หมกไว้ก่อน) ๕๕๕๕๕ ๕๕ ๕

วันที่ 30 พ.ค. 2551
วันนี้เป็นวันปฐมนิเทศแยกคณะ พี่ๆ ที่คณะให้รวมตัวกันตอน ตี 5.30 น.
วันนี้เป็นวันที่ตื่นเช้าที่สุด พอมาถึงที่นัดหมายกว่าจะได้เข้าหอประชุมก็ 8 โมงกว่า พี่ที่คณะก็ดูแลเป็นอย่างดี มีนมและขนมปัง ให้กินรองท้องไปก่อน แก้หิวว ว จนถึงเวลาเข้าหอประชุมก็มีพี่ๆ สันทนาการมาเต้นให้ดู และก็ทำกิจกรรมเล็กน้อย

---- พักเที่ยง ---- (กินข้าวกล่องฟรี พี่ๆ เลี้ยงอีกแว้ว วว )

จนถึงช่วงบ่ายก็ได้พบกับที่ อ.ปรึกษาเป็นครั้งแรก ไม่สิ! อ.ปรึกษาของเอกผมก็คือคนที่สัมภาษณ์ผมนั่นแหละ ๕๕๕๕
อ.ที่ปรึกษาท่านก็แนะแนวทางในการเรียนที่นี้ และก็วิธีลงทะเบียนเรียน เล็กๆ น้อยๆ จนเสร็จกิจกรรมพี่ๆ ก็พาไปรับเสื้อคณะที่สั่งจองเอาไว้ ประเด็นอยู่ที่ว่าวันนี้จะมีการเลือกประธานเอกด้วยแบ่งเป็นภาคปกติ 1 คน และภาคพิเศษอีก 1 คน

การเลือกประธานเอกพี่ๆ ก็ให้ผู้ชายทั้งหมดในแต่ละภาคซึ่งตัวผมอยู่ภาคพิเศษหนะครับ ก่อนที่จะเลือกพี่ๆ ก็จะให้แนะนำตัวเองว่าชื่ออะไร มาจากไหน และเคยทำอะไรมาบ้าง และก็จะให้หันหลัง โดยที่ให้เพื่อนๆ ในคณะ (ปี1) เป็นคนยกมือโหวต การเลือกประธานเอกของภาคปกติก็ผ่านไปได้ด้วยดี คนที่ได้เป็นประธานเอกชื่อ ต่าย มีสีหน้างิ่วเล็กน้อย (ก็เข้าใจนะครับ เหนประธานรุ่นปี 2 ทำหน้าที่แล้ว ใครที่ได้เป็นก็เรียกได้ว่า ซวย เลยทีเดียว ๕๕๕ ๕)

พอมาถึงภาคพิเศษ ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้นตอนแนะนำตัวผมก็แนะนำตัวตามปกติ พยายามไม่บอกว่าตัวเองทำอะไรมาบ้างถ้าบอกมากไปเด๋วจะต้องเป็นที่สนใจแน่ๆ ผมก็แค่แนะนำตัวแค่ว่า เคยเป็นหัวหน้าห้อง คณะกรรมการนักเรียน และก็ประธานเชียร์ (สาบานว่าบอกแค่นี้จริงๆ) ตอนหันหลังก็ไม่ได้คิดรายมากมาย เพราะไม่ได้อยากเป็นอยู่แล้ว

พอมาถึงตอนที่พี่เขาประกาศสิ พี่เขาพูดว่า "น้องที่ได้เป็นประธานเอกของภาคพิเศษได้แก่...... น้องอ๊อฟคร๊า าา"
ฮะ ชื่อผมนี่หว่า!! ตอนนั้นจำได้เลยว่าทำหน้าอึนไปชั่วขณะ และถามพี่ที่ประกาศชื่อว่า "จริงหรอครับ"
ความรุสึกตอนนั้นอธิบายเป็นคำพูดไม่ถูก (คิดในใจซวยแล้วตู งานเข้าอีกแล้วว ว ว)
หลังจากนั้นพี่ๆ ก็ให้ผมขอบคุณเพื่อนๆ ที่เลือกผมแล้วก็กลับมานั่งที่เดิมแล้วพี่ๆ ก็เลือกรองประธานและเหรัญญิกต่อไป...

ผ่านช่วงนั้นเสร็จก็มาถึงกิจกรรมสุดท้ายของวันนี้คือการมอบชื่อสร้อย (สร้อยในที่นี้ไม่ใช่สร้อยคอ แต่เป็นคำสร้อยที่ต่อท้ายชื่อของเราแบบขำๆ มีทั้งไพเราะ ฮา และลามกผสมกันไป) ของผมได้ชื่อ "อ๊อฟเถอะ" ตอนแรกก็งงอะไรว่ะ อ๊อฟเถอะ มานึกดูอีกที โอ้ว วว ความรู้สึกเหมือนนางงามตู้กระจกซะงั้น ๕๕๕ ๕
ส่วนชื่อของเพื่อนๆ บางคนก็ขำๆ อย่างคนนึงชื่อส้ม ก็เป็นส้มเช้ง อีกคนชื่อโหน่ง ก็เป็นโหน่งเท่ง พี่เขาบอก 2 ชื่อนี้พร้อมกัน รวมกันแล้วก็เป็นตลก 3 ช่านั่นเอง ๕๕๕ ๕ พอเสร็จสิ้นกิจกรรมตรงนี้พี่ๆ ก็ปล่อยกลับบ้าน...

+++++++++++++++++ +++ ++ +

ส่งท้าย+
ความรู้สึกต่างๆ มากมายที่ได้เข้ามาเรียนมหาวิทยาลัย นั้นสำหรับตัวผมเ็ป็นเสมือนพึ่งเข้า ม.1 ใหม่
ไม่มีเพื่อนๆ ต้องปรับตัวกับผู้คนมากหน้าหลายตา กับสังคมที่เปลี่ยนไปมาก ยังไงผมก็จะตั้งใจเรียนให้จบ
ภายใน 4 ปีให้ได้ สัญญาๆ ครับ ^^

-----

ปล. 1. คิดถึงเพื่อนๆ ทุกๆ คนโดยเฉพาะในกลุ่ม ต่อไปใครจะซื้อข้าวให้กินเนี้ย แล้วทุกๆ วันเราจะซื้อน้ำ 8 แก้วให้ใครไหมเนี้ย?
2. เพื่อนดีๆ อย่างพวกแกเราจะหาเจอไหมหนอ?
3. ยังไงก็รักพวกแกทุกคนนะโว้ย ย อย่าลืมเราหล่ะ!!



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ +++ ++ +

สวัสดี